Impedance Tube คืออะไร?🧐 วัสดุที่บอกว่า ‘ซับเสียง’ หรือ ‘กันเสียง’ เราจะรู้ได้ยังไงว่ามันทำงานได้ดีจริงแค่ไหน? เวลาเห็นวัสดุที่เขียนว่า ‘ดูดซับเสียง’

Impedance Tube คืออะไร?🧐
วัสดุที่บอกว่า ‘ซับเสียง’ หรือ ‘กันเสียง’ เราจะรู้ได้ยังไงว่ามันทำงานได้ดีจริงแค่ไหน?
เวลาเห็นวัสดุที่เขียนว่า ‘ดูดซับเสียง’ หรือ ‘กันเสียง’ เราอาจพอเดาได้ว่ามันน่าจะช่วยให้ห้องเงียบขึ้น
.
แต่สำหรับคนที่ออกแบบหรือพัฒนาวัสดุ Acoustic คำว่า ‘น่าจะ’ ยังใช้ไม่ได้
ต้องรู้ให้ชัดว่าวัสดุที่ออกแบบมานั้น ดูดซับเสียงได้มากน้อยแค่ไหน กันเสียงได้ดีไหม และทำงานได้ดีในช่วงความถี่ใด?
.
เครื่องมือหนึ่งที่ใช้หาคำตอบเหล่านี้มีชื่อว่า ‘Impedance Tube’
หน้าตาของมันอาจดูเหมือนท่อยาว ๆ ธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วเป็นเครื่องมือเฉพาะทางสำหรับทดสอบคุณสมบัติทางเสียงของวัสดุ และที่ ‘วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต หรือ IMSE’ ก็มีเครื่องนี้อยู่ในห้องปฏิบัติการ
🔍 หลักการทำงานเริ่มจากนำตัวอย่างวัสดุใส่เข้าไปในท่อ จากนั้นลำโพงจะปล่อยเสียงผ่านท่อไปยังวัสดุ โดยมีไมโครโฟนคอยวัดเสียงที่เกิดขึ้นภายในท่อ ทั้งเสียงที่เดินทางไปและเสียงที่สะท้อนกลับ ก่อนนำข้อมูลไปประมวลผลบนคอมพิวเตอร์
ผลที่ได้จะช่วยให้เห็นว่า วัสดุแต่ละชิ้นมีพฤติกรรมต่อเสียงแตกต่างกันอย่างไร อย่างเรื่องการดูดซับเสียง เราสามารถดูได้จากค่า Absorption Coefficient ซึ่งไม่ได้มีค่าเท่ากันในทุกช่วงความถี่ บางวัสดุอาจจัดการเสียงความถี่สูงได้ดี แต่พอเจอเสียงต่ำ ประสิทธิภาพกลับลดลง
.
อาจารย์โจอี้ หรือ ดร.วรกฤษฏิ์ ธิดา อธิบายให้เราฟังว่า “ตามธรรมชาติแล้วเสียงความถี่สูงจัดการได้ง่ายกว่า ขณะที่เสียงความถี่ต่ำเป็นโจทย์ที่ยากกว่า ยิ่งปัญหาอยู่ในย่านความถี่ต่ำ การออกแบบวัสดุและวิธีจัดการเสียงก็ยิ่งซับซ้อน และมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามไปด้วย
ดังนั้น เวลาบอกว่า ‘วัสดุชิ้นนี้ซับเสียงได้ดี’ ต้องดูต่อด้วยว่า มันทำได้ดีในช่วงความถี่ไหน”
.
กราฟจาก Impedance Tube จะทำให้เห็นรายละเอียดตรงนี้ บางช่วงความถี่วัสดุอาจทำงานได้ดี ขณะที่บางช่วงประสิทธิภาพกลับตกลงจนเห็นเป็น ‘หลุม’ บนกราฟ สำหรับคนพัฒนาวัสดุ ข้อมูลนี้ช่วยให้รู้ว่าดีไซน์ที่คิดขึ้นมาทำงานอย่างที่ตั้งใจหรือยัง และส่วนไหนที่ควรกลับไปพัฒนาต่อ
.
นอกจากเรื่องการดูดซับเสียง Impedance Tube ยังสามารถใช้ศึกษา Transmission Loss ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสามารถในการลดเสียงที่ส่งผ่านวัสดุไปยังอีกฝั่ง
.
🔊🔇 ‘ซับเสียง’ กับ ‘กันเสียง’ เป็นคนละเรื่อง
สองเรื่องนี้มักถูกเข้าใจรวมกัน ทั้งที่จริงแล้ว ห้องหนึ่งอาจมีวัสดุที่ช่วยลดเสียงสะท้อนจนฟังแล้วไม่ก้อง แต่ไม่ได้หมายความว่าเสียงจากในห้องจะไม่ทะลุออกไปรบกวนห้องข้าง ๆ เพราะวัสดุที่ทำหน้าที่ดูดซับเสียงได้ดี ไม่จำเป็นต้องกันเสียงได้ดีเสมอไป
Impedance Tube จึงมีประโยชน์มากในขั้นตอนการพัฒนา Acoustic Material โดยเฉพาะเวลาที่นักออกแบบหรือผู้ผลิตกำลังทดลองวัสดุหรือดีไซน์ใหม่ ๆ และอยากรู้ว่าสิ่งที่คิดขึ้นมานั้นมีประสิทธิภาพทางเสียงมากน้อยแค่ไหน
แทนที่จะต้องเริ่มต้นด้วยการผลิตชิ้นงานขนาดใหญ่ ก็สามารถทำตัวอย่างขนาดเล็กขึ้นมาทดสอบก่อน ดูผล ปรับดีไซน์ แล้วค่อยพัฒนาไปสู่การทดสอบในระดับที่ใหญ่ขึ้นและถึงหน้าตาจะดูเป็นเพียงท่อกับไมโครโฟนไม่กี่ตัว แต่การทดสอบจริงมีรายละเอียดมากกว่านั้น ตั้งแต่การเตรียมตัวอย่าง การ Calibrate อุปกรณ์ การเลือกวิธีวัด ไปจนถึงการอ่านและตีความกราฟ
เพราะฉะนั้น การมีเครื่องมือเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การรู้ว่าจะเตรียมตัวอย่างอย่างไร ทดสอบแบบไหน และอ่านผลที่ได้อย่างไร ก็สำคัญไม่แพ้กัน
.
🏢 และเครื่องนี้ไม่ได้เปิดไว้สำหรับนักศึกษา IMSE เท่านั้น
ผู้ประกอบการ นักออกแบบ ผู้ผลิต หรือนักพัฒนาวัสดุที่ต้องการทดสอบคุณสมบัติทางเสียง สามารถติดต่อเข้ามาใช้บริการ Impedance Tube ที่ IMSE ได้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญช่วยให้คำแนะนำตั้งแต่การเตรียมตัวอย่าง รูปแบบการทดสอบ ไปจนถึงรายงานผลที่ต้องการ
📩 ทางวิทยาลัยแนะนำให้ ติดต่อล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน เพื่อพูดคุยรายละเอียดของงาน ค่าใช้จ่าย และเตรียมตัวอย่างให้เหมาะสมกับการทดสอบ
.
สนใจใช้บริการหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
🔵 Facebook: @Institute of Music Science and Engineering – KMITL
⚫️Tiktok: @imse_kmitl

#วัสดุซับเสียง #ImpedanceTube #imse

お問い合わせ

02-329-8197

imse@kmitl.ac.th

音響工学院

モンクット王ラカバン工科大学 〒10520 バンコク県ラカバン区チャロングン通り

上部へスクロール