ทุกวันนี้ การทำเพลงหนึ่งเพลงอาจเริ่มต้นได้ง่ายกว่าเมื่อก่อน มีแล็ปท็อปหนึ่งเครื่อง โปรแกรมทำเพลงสักตัว และหูฟังดี ๆ สักตัว ก็เริ่มทำเพลงได้🎵
.
แต่ถ้าเป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่แค่ ‘ทำเพลงได้’ แต่อยากสร้างผลงานที่มีคุณภาพเสียงในระดับมืออาชีพ รายละเอียดของเสียงก็เริ่มสำคัญขึ้น ตั้งแต่การเลือกไมโครโฟน การบันทึกเสียง ไปจนถึง Mixing และ Mastering เพราะทุกขั้นตอนมีทั้งเครื่องมือ เทคนิค และการตัดสินใจที่สามารถเปลี่ยนคาแรกเตอร์ของเพลงไปได้
.
วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต (IMSE) จึงรวบรวมทั้งอุปกรณ์อนาล็อกระดับ Professional Grade และเทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้ในการผลิตเพลงปัจจุบันมาไว้ด้วยกัน เพื่อให้นักศึกษาและคนทำเพลงได้ลองสัมผัสกระบวนการทำงานในสตูดิโอจริง ตั้งแต่ต้นทางของเสียงไปจนถึง Mastering
.
ในวันที่อุปกรณ์หลายชิ้นถูกจำลองมาอยู่ในรูปปลั๊กอินบนหน้าจอ ‘เครื่องอนาล็อกชิ้นใหญ่’ กลับยังมีที่ทางของมันในสตูดิโอชั้นนำทั่วโลก ส่วนหนึ่งเพราะอุปกรณ์แต่ละตัวมีคาแรกเตอร์ของเสียงที่แตกต่างกัน
.
ที่ HM Studio มีอุปกรณ์สำคัญหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ Outboard Gear ระดับ Professional Grade จาก Manley Laboratories แบรนด์ที่เป็นที่รู้จักในวงการบันทึกเสียงระดับสากลมากว่า 30 ปี
⭐️โดยมีอุปกรณ์รองรับตั้งแต่งาน Tracking ไปจนถึง Mastering
• งาน Tracking: อุปกรณ์อย่าง VOXBOX และ CORE ที่ช่วยเพิ่มมิติและคาแรกเตอร์ให้กับเสียง
• งาน Mastering: อุปกรณ์อย่าง Variable Mu, Massive Passive และ SLAM!
นอกจาก Manley แล้ว ภายใน HM Studio ยังมีอุปกรณ์ระดับมืออาชีพอีกหลายประเภท ให้คนทำเพลงได้ลองกับมือและฟังความแตกต่างด้วยหูตัวเอง
.
ประสบการณ์แบบนี้ต่างจากการทำงานผ่านปลั๊กอินบนหน้าจอ เพราะแทนที่จะใช้เมาส์ปรับค่าต่าง ๆ เราสามารถเอื้อมมือไปหมุนปุ่ม แล้วได้ยินเสียงเปลี่ยนไปพร้อมกันตรงหน้า
.
อาจฟังดูเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับคนทำเพลง “สัมผัส” แบบนี้เปลี่ยนวิธีที่เราโต้ตอบกับเสียงได้ไม่น้อย โดยเฉพาะคนทำเพลงรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับ Studio in the Box หรือโลกที่สตูดิโอทั้งห้องสามารถย่อมาอยู่ในคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว แต่การพานักศึกษากลับมาสัมผัสวิธีทำงานแบบ Old School ไม่ได้หมายความว่า IMSE ต้องการให้ทุกคนกลับไปทำเพลงแบบในอดีต
.
ผศ.พลสิทธิ์ ทินกร ณ อยุธยา (อ.ปัน) เล่าให้เราฟังว่า “สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การให้นักศึกษาของ IMSE ได้ลองใช้อุปกรณ์เหล่านี้ แต่คือการได้เข้าใจว่า Workflow ที่เราใช้กันในวันนี้มีที่มาอย่างไร ได้สัมผัสเครื่องมือที่มืออาชีพใช้จริง ก่อนจะนำความเข้าใจเหล่านั้นไปต่อยอดเป็นวิธีทำงานของตัวเอง”
.
HM Studio จึงไม่ได้เป็นเพียงห้องที่รวมอุปกรณ์ระดับ Professional เอาไว้ แต่เป็นพื้นที่ให้คนทำเพลงได้ทดลอง ได้ฟัง และได้เข้าใจว่า กว่าเสียงหนึ่งเสียงจะไปถึงมาตรฐานระดับมืออาชีพ มีรายละเอียดและการตัดสินใจซ่อนอยู่มากแค่ไหน
.
ใครจะรู้ การได้ลองผิด ลองถูก ลองหมุนปุ่มในสตูดิโอวันนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเพลงที่วันหนึ่งมีคนทั้งโลกกดฟังก็ได้! 🙌
.
👇🏼สำหรับใครที่อยากลองสัมผัสการทำเพลงในสตูดิโอระดับ Professional ด้วยตัวเอง HM Studio ไม่ได้เปิดเฉพาะนักศึกษาของ IMSE เท่านั้น
ศิลปิน โปรดิวเซอร์ และบุคคลทั่วไปก็สามารถเข้ามาใช้ห้องบันทึกเสียงและห้อง Mastering ได้ โดยมีวิศวกรเสียงมืออาชีพร่วมดูแลตลอดกระบวนการ
.
ถ้าอยากรู้ว่า HM Studio ทำงานอย่างไร และอุปกรณ์แต่ละตัวเปลี่ยนเสียงได้แค่ไหน ตามไปดูและฟังของจริงแบบเต็ม ๆ ใน Link วิดีโอที่คอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ 😊
